วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

"สุกุมล"สั่งกรมศิลป์เฝ้าระวังน้ำท่วมโบราณสถาน 24 ชม.

 




รมว.วัฒนธรรม ลงพื้นที่ครั้งแรกตรวจน้ำท่วมโบราณสถานอยุธยา สั่งกรมศิลป์เฝ้าระวัง 24 ชม. เตรียมของบฯ รัฐบาลสร้างแนวกั้นน้ำประสิทธิภาพสูง พร้อมดัน อยุธยาเป็นโมเดลต้นแบบ...

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร เดินทางตรวจเยี่ยมโบราณสถานใน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มีความเสี่ยงต่อสถานการณ์น้ำท่วม ประกอบด้วย วัดไชยวัฒนาราม หมู่บ้านโปรตุเกส วัดธรรมาราม โดย นางสุกุมล กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมแหล่งโบราณสถาน พบว่า สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีปริมาณไม่สูงมาก มีระบบป้องกันที่ยอดเยี่ยมสามารถป้องกันน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี ทำให้ 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมมากเกินไป ดังนั้นการสร้างกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กป้องกันน้ำท่วมบริเวณวัดไชยวัฒนาราม มีประสิทธิภาพอย่างมาก

ส่วนกรณีปัญหาน้ำใต้ดิน ซึมเข้าสู่โบราณสถาน อาทิ ที่ หมู่บ้านโปรตุเกส รวมถึงวัดไชยวัฒนารามนั้น ทางจังหวัดก็ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำไว้แล้ว ซึ่งหากมีน้ำซึมเข้ามาก็จะมีการระบายน้ำออกทันที ส่วนปัญหาน้ำท่วมแหล่งโบราณสถานทั่วประเทศ ขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้กรมศิลปากร ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง หากจังหวัดใดมีปัญหาน้ำท่วมมาก จะเข้าไปตรวจสอบต่อไป ในส่วน จ.สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชรนั้น จะหารือทางกรมศิลปากร ว่า จะมีวิธีใดบ้างที่มีใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งอาจจะนำตัวอย่างจากระบบป้องกันใน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นต้นแบบ และจะเร่งของบประมาณจากทางรัฐบาลต่อไป

ด้านนายสุพจน์ พรหมมาโนช ผอ.สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า โบราณสถานในพื้นที่เกาะเมืองในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามี 95 แห่ง มีศักยภาพในการป้องกันน้ำท่วมได้สูง ส่วนบริเวณนอกเกาะเมืองนั้น อาจจะต้องปล่อยให้มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากยังไม่มีระบบป้องกันที่ดี แต่จะต้องมีการเร่งใช้เครื่องสูบน้ำระบายน้ำออก อย่างไรก็ตาม ปัญหาในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ส่วนใหญ่จะอยู่ทางทิศเหนือเขตพระราชวังโบราณ เมื่อฝนตกจะมีน้ำท่วมขังมาก ในส่วนของวัดไชยวัฒนาราม ที่ป้อมเพชร และหมู่บ้านโปรตุเกสนั้นได้ติดตั้งแผงคอนกรีตกั้นตลอดแนว สามารถป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าท่วมได้ และใช้เหล็กแป๊ปทำเป็นสันเพื่อต้านกระแสน้ำเข้ามาปะทะ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมโดยรวมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาขณะนี้ มีวัดที่ได้รับผลกระทบ 38 แห่ง มัสยิด 29 แห่ง และอยู่ในภาวะวิกฤติ 3 แห่ง นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการป้องกันในเบื้องต้นขณะนี้สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยาได้มีการเสริมความมั่นคงของโบราณสถานให้มีความแข็งแรง โดยเฉพาะฐานรากเพื่อป้องกั้นการกัดเซาะของแหล่งน้ำ และใช้กระสอบทรายอุดไว้ที่ซุ้มประตูของกำแพงวัด ติดตั้งระบบกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก และเตรียมเครื่องสูบน้ำสำหรับสูบน้ำออกจากโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบ


ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๔

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น