วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ยูเนสโกอนุมัติงบ 2.3 ล้าน ช่วยมรดกอยุธยา

 
นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลก สำนักงานใหญ่ ยูเนสโก กรุงปารีส ได้ส่งหนังสือแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมทั้งระบุว่า ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด มีความยินดีให้ความร่วมมือและให้ความช่วยเหลือโบราณสถาน ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกของไทยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
โดยจะทำหนังสือถึง สำนักงานยูเนสโก กรุงปารีส และ สำนักงานยูเนสโก กรุงเทพ ฯ เพื่อของบช่วยเหลือฉุกเฉิน ซึ่งทางยูเนสโก ได้แจ้งว่า สามารถอนุมัติเงินดังกล่าวได้ทันที จำนวน 75,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 2,325,000 บาท โดยกรมศิลปากร จะนำเงินดังกล่าวมาใช้ในการบูรณะโบราณสถานภายหลังจากน้ำลดระดับลงแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้ ทางกลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ ได้จัดส่งเรือยาง พร้อมเจ้าหน้าที่มาประจำการ ที่ จ. อยุธยา เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และอาจจะมีการเข้าตรวจสอบความเสียหายของโบราณสถานในเบื้องต้นด้วย
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงเวลานี้ ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักมาก ได้แก่ อยุธยา ลพบุรี เพื่อจดบันทึกจดหมายเหตุเหตุการณ์สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากเห็นว่า ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่วิกฤติหนักมากที่สุดในรอบ 10 กว่าปี ชาวบ้านจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน มีผู้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะเดียวกันสถานที่สำคัญของชาติ
อาทิ โบราณสถาน วัดวาอาราม สถานที่ราชการ บ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชนจำนวนมากได้รับความเสียหาย โดยจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บข้อมูลถ่ายภาพ สัมภาษณ์ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน และผู้ให้ความช่วยเหลือ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ กับเหตุการณ์ นอกจากนี้ จะมีการรวบรวมข้อมูลจากสื่อหนังสือพิมพ์ ที่ได้เผยแพร่ข่าวสาร ณ ช่วงเวลาที่ผ่านมา ไปจนถึงช่วงที่เหตุการณ์คลี่คลาย

ที่มา www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/life/20111011/413294/ยูเนสโกอนุมัติงบ2.3ล้าน-ช่วยมรดกอยุธยา.html

กรุงเก่าระทมหนัก-ผวาไอ้เข้หลุดซ้ำ

เมื่อวันนี้ ( 12 ต.ค.) มีรายงานว่าสถานการณ์น้ำในตัวเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย อาจเนื่องมาจากเขื่อนหรือแนวกั้นน้ำในจังหวัดใกล้เคียงแตกไหลเข้ามาในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา มีความลึกประมาณ 1.20- 2 เมตร โบราณสถานส่วนใหญ่ในเกาะเมืองเช่นวัดมหาธาตุ วัดราษฎร์บูรณะ วัดพระราม พระนอน และโบราณสถานทั่วไป รวมไปถึงสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยายังคงจมน้ำ โดยมีเจ้าหน้าที่ ลูกจ้างติดอยู่ที่ทำงานจำนวนมาก รอคอยอาหารแจก เช่นเดียวกับประชาชนจำนวนมาก ไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ น้ำประปาถูกตัดมาหลายวัน โทรศัพท์ใช้การไม่ได้ ขาดการติดต่อกับโลกภายนอก และยังมีความกวาดกลัวจากข่าวจระเข้หลุด ในพื้นที่หมู่ 8 ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล 35 ตัวต่สามารถจับได้เพียง 13 ตัว

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมามีจระเข้หลุด ในพื้นที่ หมู่ 4 ต.บ้านกลึง อ.บางไทร 140 ตัวและจับได้เพียง 45 ตัว ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าลอยคอออกไปรับของ รวมทั้งมีผู้สูงอายุติดตามบ้านเรือนอีกจำนวนมาก.

กรุงเก่าวิกฤติ! โบราณสถานป้อมเพชรท่วมแล้ว - คาดย้ายนักโทษหมดวันนี้

ความคืบหน้าเหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันนี้ (7 ต.ค.) พบว่า ปริมาณน้ำสูงขึ้นมาก ทำให้โบราณสถานป้อมเพชรอยู่ในขั้นวิกฤติ เนื่องจากน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมตัวป้อมเพชร และปริมาณน้ำจะสูงขึ้นอีกกว่า 50 เซนติเมตร คาดว่า จะสูงขึ้นถึงระดับถนนและทำให้ป้อมเพชรต้องแช่น้ำ ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าห่วง เนื่องจากบริเวณดังกล่าว เป็นจุดศูนย์รวมของแม่น้ำ 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา ลพบุรี และป่าสัก ไหลมารวมกันทำให้กระแสน้ำวน ไหลเชี่ยว และจะทำให้ฐานรากของป้อมเพชรพังทลาย

นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ยูเนสโก ได้รับทราบถึงสถานการณ์น้ำท่วมโบราณสถาน ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แหล่งมรดกโลกแล้ว โดยเฉพาะที่วัดไชยวัฒนารามที่ได้รับความเสียหายหนัก หากได้รับการช่วยเหลือจากยูเนสโก ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีต่อการบูรณะซ่อมแซม โดยในระหว่างนี้กระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดให้ประชาชนร่วมบริจาคเงินบูรณะโบราณสถานที่ถูกน้ำท่วม ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำเนิน ชื่อบัญชีโครงการบูรณะโบราณสถาน กรมศิลปากร เลขที่ 081-0-09603-6

สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย นายประภัตร โพธสุธน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำรถครัวเคลื่อนที่มาทำอาหารแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ในเขต อ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับชื่นชมการแก้ปัญหาของรัฐบาล ที่เน้นการจัดหาอาหารให้กับประชาชน แต่จะต้องทำให้ทั่วถึง โดยเฉพาะน้ำดื่มที่หลายพื้นที่ยังคงขาดแคลน

ขณะที่การขนย้ายผู้ต้องหาจากเรือนจำกลาง จ.พระนครศรีอยุธยา นายสมศักดิ์ รังสิโยภาส รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้มาอำนวยการขนย้ายผู้ต้องขังจำนวนกว่า 3,700 คน ซึ่งขณะนี้น้ำท่วมสูง 1.70 เมตร เจ้าหน้าที่มีแผนอพยพให้หมดภายในวันนี้ ด้วยการนั่งเรือมาขึ้นที่คลองข้าวเม่า เพื่อนำไปฝากขังตามเรือนจำต่างๆ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด


วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กรุงเก่าวิกฤต!! เรือนจำกลาง-ตลาดน้ำอโยธยา จมบาดาลแล้ว

เมื่อเวลา 17.00 น.วันนี้ (5 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า สถานการณ์น้ำยังคงวิกฤตอย่างหนักในหลายพื้นที่ น้ำจากเจ้าพระยาและป่าสัก ยังคงไหลทะลักพังคันดินด้านวัดหันตรา และบ้านเกาะ น้ำทะลักเข้าท่วมที่ทำการเทศบาลเมืองอโยธยา ตลาดน้ำอโยธยา ที่มีชื่อเสียงจนจมบาดาลอีกแห่งหนึ่ง และยังขยายวงกว้างเข้าท่วมชุมชนวัดพญาติการาม ชุมชนวัดกะสังข์ หมู่บ้านเคหะชุมชน (หลังโรงแรมอู่ทอง) ถนนสายโรจนะ ฝั่งขาออกบริเวณวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้มสูง 50 ซม.ทำให้จราจรใช้ได้ช่วงทางเดียว

ล่าสุด น้ำได้ทะลักเข้าท่วมเรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบางส่วนแล้ว เจ้าหน้าที่เรือนจำต้องขนสิ่งของและอุปกรณ์ออกจากเรือนจำและคอยเฝ้าสถานการณ์น้ำก่อนที่จะย้ายนักโทษต่อไป

ที่ผ่านมา ตลาดหัวรอน้ำท่วมหมดแล้ว ขณะนี้พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทางจังหวัดและทุกหน่วยงานเร่งป้องกันเกาะเมืองนับเป็นหัวใจสำคัญของ จ.พระนครศรีออยุธยา อย่างเต็มที่โดยมีน้ำจำนวนมหาศาลล้อมรอบเกาะอย่างน่าเป็นห่วง

ขณะที่ นายณรงค์ ด่านชัยวิโรจน์ นายกเทศบาลเมืองอโยธยา ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เสริมคันดินวางตามแนวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมตลาดแกรนด์ และวางแนวสะพานให้คนเดินเข้าออกตามตรอกซอกซอยได้

ส่วน ตลาดน้ำอโยธยา ได้ประกาศให้แม่ค้าที่ขายในตลาดขนย้ายข้าวของออกจนหมดแล้ว ตอนนี้ปิดตลาดชั่วคราว จนกว่าระดับน้ำจะลด

ด้าน พ.ต.อ.ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รองผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้ใช้กำลังตำรวจจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกการจราจรบริเวณที่น้ำท่วมจากเจดีย์สามปลื้ม ถึงสี่แยกวัดพระญาติ เนื่องจากต้องปัดการจราจรให้รถวิ่งสวนกันได้ในช่วงเดียวกัน

กรุงเก่ายังวิกฤตหนัก คันกั้นวัดกษัตราฯ-วัดเขียน พัง ทะลักท่วมบ้านเรือนไม่หยุด

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ยังวิกฤตหนัก โดยเฉพาะเมื่อช่วงเวลา 05.00 น.วานนี้ (7 ต.ค.) คันดินกั้นน้ำวัดกษัตราธิราช วรวิหาร ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นอกเกาะเมืองทางด้านทิศตะวันตก ตรงข้ามกับวังหลังหรือวังสวนหลวงได้พังลง ทำให้น้ำไหลข้ามฟากเข้าท่วมหมู่บ้านวรเชษฐ์ โดยทาง อบต.ได้ประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านขนของขึ้นน้ำสูง ส่วนถนนหน้าวัดเจดีย์ น้ำสูงขึ้นอีกกว่า 50 เซนติเมตร ทำให้หน้าโรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะพระนคร ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา น้ำสูงขึ้นอีกกว่า 1 เมตร

ต่อมาเวลาประมาณ 07.00 น.คันดินกั้นน้ำวัดเขียนตลาดหัวรอ ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา ได้พังลงมาอีก 1 จุด ทั้งนี้ นายกเทศบาลเมืองอโยธยา ได้ประกาศเตือนประชาชนให้เร่งขนย้ายของขึ้นที่สูง เพราะมีการคาดการณ์ไว้ว่ามวลน้ำจะทะลักเข้าท่วมทุกพื้นที่ฝั่งอโยธยาช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน

ท่วมอยุธยาทะลักเข้าท่วมอำเภออุทัยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุด น้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ขยายวงกว้างเพียงแค่วันเดียวน้ำที่ท่วมจากวงเวียนเจดีย์และแยกวัดพระญาติ ไหลทะลักเข้าท่วมหลายพื้นที่ เพราะแนวกำแพงดินและคันกระสอบทรายกั้นน้ำที่กั้นน้ำ ไม่สามารถทานแรงดันของน้ำได้ จึงทำให้คันกั้นน้ำพัง น้ำที่เต็มอยู่เหนือคันกั้นน้ำจึงไหลทะลักอย่างแรงน้ำกระจายครอบคลุมทั่วพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไหลไปตามถนนโรจนะที่รถวิ่งสัญจรไปมากลายเป็นแม่น้ำย่อยๆ ภายในพริบตา แล้วไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนนเรศวร (ซ.น้องแดง ) ม.1 อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา กว่า 50 ซม.ซึ่งมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามหอพักต่างๆ ต้องขนย้ายของหนีน้ำกันโกลาหล ต้องเดินลุยน้ำกันเป็นกิโล ในการขนย้าย ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้ได้ทะลักเข้าท่วมย่านสถานบันเทิง ตลาดแกรนด์ แล้ว

สนามกีฬาพระนครศรีอยุธยาจมแล้ว

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากนี้ น้ำยังได้ทะลักเข้าท่วมสนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วทั่วพื้นที่ ถนนทุกสายรอบๆ สนามกีฬา เต็มไปด้วยน้ำ และได้ขยายพื้นที่ท่วมเพิ่มโรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล จ่อทะลักเข้าท่วมศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและศูนย์การค้าแห่งใหญ่อีกด้วย

ล่าสุด เวลา 17.00 น.ว่าที่ร้อยตรี สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพรนครศรีอยุธยา ได้ใช้รถประกาศเตือนให้ชาวบ้านรีบขนย้ายของภายใน 5 ชั่วโมง เพราะคันกั้นน้ำหลายจุดไม่สามารถรับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นจึงให้ชาวบ้านรีบขนย้ายของขึ้นที่สูงและเคลื่อนย้ายรถออกไปให้พ้นจากพื้นที่เสี่ยง

โบราณสถานป้อมเพชรวิกฤต-น้ำเพิ่ม

นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร ว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสูงขึ้นมาก ทำให้โบราณสถานป้อมเพชรอยู่ในขั้นวิกฤต เนื่องจากน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมตัวป้อมเพชร และปริมาณน้ำจะสูงขึ้นอีกกว่า 50 เซนติเมตร คาดว่า จะสูงขึ้นถึงระดับถนนและทำให้ป้อมเพชรต้องแช่น้ำ ถือเป็นสิ่งที่น่าห่วง เนื่องจากบริเวณดังกล่าว เป็นจุดศูนย์รวมของแม่น้ำ 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา ลพบุรี และป่าสัก ไหลมารวมกันทำให้กระแสน้ำวน ไหลเชี่ยว และจะทำให้ฐานรากของป้อมเพชรพังทลาย

นางสุกุมล กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ ยูเนสโก ได้รับทราบถึงสถานการณ์น้ำท่วมโบราณสถาน ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แหล่งมรดกโลกแล้ว โดยเฉพาะที่วัดไชยวัฒนารามที่ได้รับความเสียหายหนัก หากได้รับการช่วยเหลือจากยูเนสโก ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีต่อการบูรณะซ่อมแซม โดยในระหว่างนี้กระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดให้ประชาชนร่วมบริจาคเงินบูรณะโบราณสถานที่ถูกน้ำท่วม ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำเนิน ชื่อบัญชีโครงการบูรณะโบราณสถาน กรมศิลปากร เลขที่ 081-0-09603-6

กนอ.สั่งปิดนิคมอุตฯอยุธยา 5 วัน

วันเดียวกัน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) จ.พระนครศรีอยุธยา หลังสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น เพื่อขอความร่วมมือให้หยุดการประกอบกิจการชั่วคราว เป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-11 ต.ค.นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และลดผลกระทบที่จะเกิดความเสียหาย รวมไปถึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับ กนอ.ในการดำเนินการป้องกันไม่ให้น้ำจากภายนอกเอ่อเข้าท่วมภายในบริเวณนิคมฯ ทั้งนี้ หากกรณีเกิดเหตุน้ำท่วม ทาง กนอ.จะตั้งศูนย์อำนวยการที่ สำนักนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และหากเหตุการกลับสู่สภาวะปกติจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบอีกครั้งหนึ่ง


กรุงเก่ายังวิปโยคหนัก ชาวบ้านขนของหนีน้ำไม่หยุด

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยาว่า วันนี้ (11 ต.ค.) ชาวบ้านในชุมชนโรงเหล้าเก่า หมู่ 8 ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงเร่งขนย้ายข้าวของหนีน้ำกันอย่างต่อเนื่อง เพราะน้ำท่วมชั้นล่างจนมิดแล้วสำหรับบ้านสองชั้น ส่วนบ้านชั้นเดียวได้อพยพไปอยู่ที่อื่นก่อนแล้ว

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่ติดอยู่ในบ้านซึ่งไม่ยอมออกไปไหน เนื่องจากห่วงข้าวของตัวเอง ขณะที่เสบียงอาหารที่เก็บไว้ก็ร่อยหลอลง ไม่มีรถ และเรือออกไปหาซื้อของกินได้ ถุงยังชีพที่คนนำมาบริจาคก็เข้ามาไม่ถึง เพราะไม่มีรถหรือเรือเข้ามาถึงที่ได้ ชาวบ้านต้องอดมื้อกินมื้ออย่างประหยัด

นอกจากนี้ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่เดินลุยน้ำทั้งวันเริ่มป่วยเป็นโรคน้ำกัดเท้า โรคเครียด แล้วสำหรับคนที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม บริษัท ห้างร้านต่างตกงานกันจำนวนมาก บางคนไม่มีเงินเก็บก็ไม่สามารถไปเช่าบ้านที่ใหม่ได้ และยังไม่รู้ชะตากรรมว่าโรงงานจะจ่ายค่าชดเชยให้หรือไม่ เพราะเจ้าของโรงงานก็ถูกน้ำท่วมขาดทุนเหมือนกัน

สำหรับศูนย์พักพิงชั่วคราว ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านที่ย้ายมาอยู่นั้นชาวบ้าน บอกว่า หาที่เข้าห้องน้ำห้องท่าลำบาก เพราะน้ำไม่ไหล แล้วต้องนอนตากยุงเพราะไม่มีเงินไปซื้อมุ้งมากางนอน

ผู้ว่าฯ ประสาน ตร.ดูแลทรัพย์สิน ปชช.

ขณะที่ทางด้าน พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมด้วยนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมประชุมหารือสรุปปัญหาน้ำท่วม รวมถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยากล่าวว่า สิ่งที่ทางจังหวัดต้องเร่งดำเนินการ คือ ค้นหาผู้ที่ยังติดค้างในพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะเกาะเมือง และตั้งศูนย์ประสานงานรับบริจาคและประกอบอาหาร 6 จุด โดยให้นายอำเภอรับผิดชอบจัดซื้ออาหารสดมาประกอบอาหารแก่ประชาชน และเป็นศูนย์รับบริจาคสิ่งของในจุดต่างๆ

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังได้เร่งประสานตำรวจภูธรภาค 1 จัดกำลังดูแลทรัพย์สินประชาชน โดยได้รับแจ้งว่าบ้านเรือนประชาชนถูกงัด รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ถูกขโมยนับสิบคัน

"สมเด็จพระเทพฯ" จะเสด็จฯ มจร.
ทรงเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย

นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยด้วยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ที่อพยพไปอาศัยอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ณ อ.วังน้อย เนื่องจากบริเวณศาลากลางจังหวัดมีผู้อพยพอยู่จำนวนมาก และเกรงว่าน้ำกำลังจะท่วมและไม่ปลอดภัย จึงทรงมีพระเมตตาให้ช่วยเหลือเรื่องที่พักพิงแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยจัดที่พักและอาหารให้ที่อาคาร 6 ชั้น ใน มจร. พร้อมจัดรถบริการรับ-ส่ง

ส่วนเวลา 10.30 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะเสด็จเยี่ยมครัวสายใยรักแห่งครอบครัว ที่มาตั้งให้บริการประชาชนอยู่ที่ศาลากลางจังหวัด พร้อมพระราชทานน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่จังหวัดจำนวน 30,000 ลิตร

ขณะที่การประชุมของจังหวัดเพื่อประเมินจุดที่จะต้องอพยพผู้ที่ติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม คาดว่าจะมีอยู่อีกประมาณ 1,500 คน ในพื้นที่เกาะเมือง และรอบเกาะเมือง โดยจะพยายามเข้าไปช่วยเหลือให้ครบทุกพื้นที่

ทางด้าน ดร.ทวี นริลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะนครศรีอยุธยา ยืนยันว่า นิคมอุตสาหกรรมไฮเทคยังไม่มีพนังกั้นแตก น้ำสูงขึ้น แต่ยังไม่ถึงขอบพนังกั้นน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เสริมพนังกั้นตลอดเวลา โดยกายภาพที่ตั้งก็น่าจะสามารถป้องกันได้ โดยที่ไฮเทคจะเป็นการรับน้ำจากเจ้าพระยา ซึ่งระดับน้ำเพิ่มเล็กน้อยและทรงตัว แต่ก็ไม่ประมาทได้มีการจับตาตลอดเวลา ส่วนที่โรจนะท่วมในเฟส 1 ทั้งหมด ส่วนเฟส 2-3 พยายามป้องกันอยู่ ขณะนี้มีการสูบน้ำออกตลอด

สำหรับนิคมในบางปะอิน ได้ดำเนินการคล้ายๆ ไฮเทค ทั้งนี้ ยอมรับว่ากังวลเรื่องน้ำก้อนใหญ่ที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากคันกั้นน้ำทำสูง 6 เมตร ช่วงนี้เพื่อความปลอดภัยของโรงงานต่างๆ ได้แจ้งให้บริษัทต่างๆ ได้หยุดกิจการชั่วคราว เป็นช่วงๆ ส่วนที่น้ำเข้าถ้าสามารถสูบน้ำได้เร็ว น้ำทรงตัว ก็คงฟื้นฟูได้เร็ว ส่วนพื้นที่ที่น้ำไม่เข้าก็เพียงหยุดงานและสามารถเปิดต่อได้เลย

มธ.รังสิตกันพื้นที่ให้แรงงานต่างด้าวจากอุตฯโรจนะ

ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่อาคารยิมเนเซียม 2 มธ.ศูนย์รังสิต ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงเที่ยงได้มีประชาชนในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทยอยเดินทางเข้ารับสิ่งของเครื่องใช้ ยารักษาโรค โดยนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์แห่งนี้สามารถรับผู้อพยพ ได้ประมาณ 1,300 คน ซึ่งขณะนี้มีผู้เข้ามาพัก ประมาณ 800 คน และยังรับได้อีก 500 คน

อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยจะพยายามจัดสรรพื้นที่ เพื่อรองรับผู้อพยพเพิ่มได้อีก อาทิ อาคารกีฬาสเตเดี้ยม ซึ่งรองรับประชาชนได้ 400 คน และในนี้มีการจำกัดพื้นที่ให้แรงงานชาวกัมพูชา ที่มาจากอุตสาหกรรมโรจนะมาแล้ว 200 คน

รถทีมดาราช่วยน้ำท่วมอยุธยา
ถูกน้ำซัดจม แต่ทุกคนปลอดภัย

ข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.รถออฟโรดที่ขนทีมดารา นักแสดง และบริษัทเวิร์คพอยท์ รวมทั้งสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งได้เกิดอุบัติเหตุขณะลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อนำสิ่งของไปแจกให้แก่ประชาชน โดยรถคันดังกล่าวถูกน้ำซัดจมลงช่วงบริเวณตำบลบางระกำ ทั้งนี้ ภายในรถมีโน๊ต เชิญยิ้ม, หยอง ลูกหยี, บ๊อบ ณัฐธีร์, ริวจิตสัมผัส และสื่อบางส่วน เคราะห์ดีที่ชาวบ้านช่วยเหลือได้ทันและทุกคนสวมเสื้อชูชีพ

เร่งสำรวจคนติดเกาะเมือง
ป้องกันวัดพุทไธศวรรย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายณรงค์ อ่อนสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ประชุมหารือเพื่อมอบหมายงานให้เจ้าหน้าที่ทหารบก ทหารเรือ กรมประมง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการเร่งสำรวจผู้ที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเข้าไปให้การช่วยเหลือทั้งอาหารและเครื่องดื่ม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ภารกิจในวันนี้ทหารเรือจะไปทำสะพานที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อใช้เป็นทางเดิน ส่วนที่วัดพุทไธศวรรย์ยังคงรักษาวัดได้ จึงประสานขอน้ำมันเพื่อใช้ในการสูบน้ำออกจากแนวคันกั้นน้ำ

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในเกาะเมือง อาทิ ต.คลองสระบัว ต.สวนพริก ต.ลุมพลี ร้องเรียนความช่วยเหลือเข้าไม่ถึง จึงอยากให้หน่วยงานราชการช่วยดูแลบ้าง


อยุธยา 2011 โกลาหล...จมบาดาล ฐานผลิตอุตสาหกรรมอ่วม 3 หมื่นล้าน !!

วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้สาหัสอย่างยิ่งสำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะเป็นเมืองที่รองรับมวลน้ำจากภาคเหนือทั้งหมด ที่สำคัญเป็นเมืองศูนย์กลางอุตสาห กรรม เมืองท่องเที่ยวมรดกโลก
น้ำได้เริ่มเข้าท่วมพระนครศรีอยุธยาตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมายังรักษาพื้นที่เมืองชั้นในไว้ได้ แต่ล่าสุดน้ำท่วมครบทั้ง 16 อำเภอแล้ว โดยสถานการณ์เริ่มวิกฤตเช้าวันที่ 4 ตุลาคม น้ำไหลเข้าท่วมวัดไชยวัฒนารามและชุมชนรอบข้าง

อีกเพียงชั่วข้ามคืนมวลน้ำก้อนใหญ่จากแม่น้ำ 4 สายหลักคือ แม่น้ำเจ้าพระยา-แม่น้ำลพบุรี-แม่น้ำน้อย-แม่น้ำป่าสัก ผนวกกับน้ำจากการพังของประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ไหลเข้ามาสมทบอีก มวลน้ำจากทุกทิศทุกทางปิดล้อมเมืองอยุธยา

สถานการณ์เข้าสู่ "จุดวิกฤต" ในช่วงบ่ายวันที่ 5 ตุลาคม พื้นที่ใจกลางเมืองกรุงเก่าถูกมวลน้ำโจมตีทะลักเข้าท่วมในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งโรงงานทั้ง 46 แห่งในนิคมอุตสาหกรรม "สหรัตนนคร" ที่อำเภอคลองหลวงจมบาดาลในชั่วพริบตา และน้ำยังจ่อจะทะลักเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมอีก 5 แห่ง

นอกจากนี้ น้ำยังเอ่อล้นเข้าท่วมถนนสายเอเชีย รถยนต์สัญจรไม่ได้ การจราจรติดขัดยาว 40-50 กิโลเมตร การเดินทางและการขนส่งสู่ภาคเหนือกลายเป็นอัมพาต

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ลงพื้นที่สำรวจพบว่า พื้นที่อุตสาหกรรมหลัก ๆ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน, บ้านหว้า (ไฮเทค), สหรัตนนคร และส่วนอุตสาหกรรมโรจนะ ในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน พื้นที่ 1,962 ไร่ มีโรงงานตั้งอยู่ 90 โรง คนงาน 60,000 คน มูลค่าการลงทุนรวม 60,000 ล้านบาท โรงงาน ส่วนใหญ่เป็นโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

สวนอุตสาหกรรมโรจนะ พื้นที่ 3,675 ไร่ มีโรงงานตั้งอยู่ 198 โรง เป็นที่ตั้งของโรงงานชื่อดัง อาทิ ฮอนด้า, ฮิตาชิ, แคนนอน, นิคอน, พานาโซนิค ฯลฯ ล่าสุด (6 ต.ค.) หลายโรงงานหยุดเดินเครื่องแล้ว และประกาศให้มีการหยุดงานแล้ว 5 วัน เนื่องจากน้ำก้อนใหญ่จ่อจะทะลักเข้าท่วม

นางสาวลักขณา เมี้ยนกำเนิด ผู้อำนวยการนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินกล่าวว่า โรงงานสามารถดำเนินการผลิตได้ปกติ แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้เตรียมรับมือปริมาณน้ำก้อนใหญ่ที่ไหลลงมา และให้เตรียมอพยพย้ายสินค้า วัตถุดิบออกจากโรงงานเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

สำหรับสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ขณะนี้โรงงานได้หยุดการผลิตทั้งหมด และเตรียมขนย้ายสินค้า วัตถุดิบออกนอกโรงงาน พร้อมอพยพคนงานออกหมดแล้ว ซึ่งการหยุดการผลิตของโรงงานในสวนอุตสาหกรรมโรจนะนี้ ทำให้บางโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินที่เป็นผู้ผลิตส่งสินค้าให้กับโรงงานในสวนอุตสาหกรรมโรจนะต้องลดหรือหยุดผลิตตามไปด้วย

ส่วนนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ตั้งอยู่บริเวณถนนสายเอเชีย-นครสวรรค์ อำเภอบางปะอิน พื้นที่ 2,379 ไร่ มีโรงงานทั้งสิ้น 143 ราย แรงงาน 51,186 คน มูลค่าการลงทุน 65,312 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมยาง พลาสติก บริเวณรอบนิคมระดับน้ำขึ้นสูงต่อเนื่องและรวดเร็ว

สำหรับนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร น้ำเริ่มเข้าท่วมตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม ปริมาณน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร โรงงานได้รับผลกระทบ 43 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 30,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโรงงานของนักลงทุนญี่ปุ่น ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

ด้าน นายทศพล วังศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด เปิดเผยว่า การเดินเรือขนส่งสินค้าโดยเฉพาะปูนซีเมนต์ ข้าว และถ่านหินมาตามแม่น้ำป่าสักในเขต อ.นครหลวง ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เรือสินค้าต้องจอดหลบไม่กล้าเสี่ยงเพราะท้ายขบวนอาจกระแทกกับสะพานข้ามแม่น้ำ บางลำผ่านสะพานไม่ได้เพราะระดับน้ำสูง

น้ำท่วมเมืองกรุงเก่ายังส่งผลให้ย่านเศรษฐกิจการค้า สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหยุดชะงักหมด เช่น ปางช้างอโยธยา โบราณสถานวัดเก่าแก่ ตลาดน้ำอโยธยา ตลาดหัวรอ ที่พักริมน้ำ เกสต์เฮาส์ ร้านอาหาร ฯลฯ การท่องเที่ยวซบเซาทั้งหมด

อุทกภัยครั้งนี้จึงสร้างความเสียหายให้กับภาคการผลิตและอุตสาหกรรมอย่างหนัก...!

น้ำถล่ม..."กรุงเก่า" ราบคาบ

วันที่ 6 ตุลาคมเสมือนเป็นวันโลกาวินาศสำหรับชาวอยุธยาโดยแท้ หลังจากฝนตกหนักทั้งคืนส่งผลให้แม่น้ำเจ้าพระยาไหลเอ่อเข้าท่วมทั้งจังหวัดอย่างไม่ปรานีในรอบหลายสิบปี

"ประชาชาติธุรกิจ" ลงสำรวจพื้นที่ผู้ประสบภัยหลายพื้นที่ พบว่าทั้งพื้นที่รอบเกาะเมืองและหลายอำเภอ น้ำท่วมสูงหนักถึง 3-4 เมตร เนื่องจากน้ำเอ่อท่วมอย่างรวดเร็ว

ชาวบ้านหลายคนเครียดเหนื่อยล้าและไม่สบาย เพราะน้ำที่ขังอยู่ในบ้านกลายเป็นน้ำเน่ามานานกว่า 1 เดือน และยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐเท่าที่ควร

ที่ ต.ตาลเอน อ.บางปะหัน และ ต.บ้านขล้อ อ.นครหลวง น้ำยังคงท่วมขังอย่างหนัก ประชาชนกว่า 1,000 ครอบครัวเริ่มขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม

หลายครอบครัวใน อ.นครหลวง อพยพออกจากบ้านมานอนกางเต็นท์อยู่ริมถนนใหญ่ เพราะที่นาหลายสิบไร่จมน้ำทั้งหมด บ้านกลายเป็นเรือนร้างลอยเท้งเต้งอยู่กลางน้ำ ที่น่าเศร้าใจคือบ้านของชาวบ้านหลายคนกลายเป็นจุดทิ้งขยะ กองโตลอยอยู่กลางน้ำ

ส่วนเขตเทศบาลเมืองอโยธยา โดยเฉพาะชุมชนตลาดน้ำอโยธยา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังน้ำได้เอ่อล้นทะลักเข้าท่วมอย่างน่ากลัว ชาวบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซ้ำร้ายการจราจรยังติดขัดจนเทศบาลต้องประกาศเตือนประชาชนให้ ขนย้ายทรัพย์สินขึ้นสูงอย่างจ้าละหวั่น สิ่งที่ชาวอโยธยาเดือดร้อนหนักตอนนี้คือ ไม่มีห้องน้ำใช้ แถมน้ำประปายังถูกตัดขาด สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ เรือ และสุขาเคลื่อนที่

ส่วนในตัวเมืองไม่ต้องพูดถึง น้ำท่วมหนักสุดในรอบหลายสิบปี น้ำท่วม 1-2 เมตร แต่ที่ได้รับผลกระทบในวงกว้างคือ น้ำเอ่อท่วมถนนสายเอเชียช่วงบางปะหัน-อ่างทอง ทำให้รถติดยาวเหยียดหลายกิโลเมตรทั้งขาเข้าและออก การจราจรเป็นอัมพาตยาวกว่า 30-40 กิโลเมตร

"วิทยา ผิวผ่อง" ผู้ว่าฯเมืองกรุงเก่าประเมินว่า น้ำน่าจะ ท่วมขังนานในอยุธยาอีกกว่า 1 สัปดาห์ เพราะมวลน้ำหลัก จากแม่น้ำลพบุรีจะไหลเข้ามาสบทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอาจจะทำให้น้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นอีก 50 เซนติเมตร


ที่มา www.prachachat.net/news_detail.php